การติดตั้ง(ตอนที่ 2)

     จุดที่ต้องดูแลสำหรับการประกอบแบริ่งเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม
      จากข้อจำกัดของรูปแบบของแบริ่งเอง ทำให้แบริ่งเม็ดสามารถรับภาระได้เพียงทิศทางเดียว ดั้งนั้นจะต้องระวังอย่างติดตั้งแบริ่งให้ผิดทาง

 

รูปที่ 41 ทิศทางแบริ่งสำหรับแบริ่งเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม

     การติดตั้งแบบหลังชนหลัง
     1. ติดตั้งแบริ่งบนเพลา
     2. ขันนัตล็อกเพื่อทำพรีโหลด
     3. ใสแบริ่งและเพลาเข้าตัวเสื้อแล้วปิดฝาครอบ

รูปที่ 42 การติดตั้งแบบหลังชนหลัง

     การติดตั้งแบบหน้าชนหน้า
     1. ติดตั้งแบริ่งเข้าตัวเสื้อ
     2. ติดฝาครอบเพื่อทำพรีโหลด
     3. ใส่เพลาเข้าไปในวงแหวนในแล้วนันนัตล็อก

รูปที่ 43 การติดตั้งแบบหน้าขนหน้า

 

     การควบคุมพรีโหลดหลังการติดตั้ง
     พรีโหลดสำหรับแบริ่งนั้นสำคัญมาก ถ้าพรีโหลดของแบริ่งถูกตั้งไว้สูงมากเกินไป แม้ว่าความแข็งแกร่งของแบริ่งจะเพิ่มขึ้นแต่ความร้อนที่เกิดขึ้นก็จะสูงขึ้นด้วย

     และหากเกิดขึ้นมากเกินไปก็อาจไหม้ติดได้ จึงจำเป็นต้องควบคุมพรีโหลดให้เหมาะสมกับสภาวะการทำงาน การควบคุมพรีโหลดที่จะกล่าวถึงนี้เหมาะสำหรับแบริ่งเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุมเท่านั้น

     1. วิธีควบคุมแรงบิดเริ่มต้น
     มักจะใช้กับแบริ่งของ Main Spindle ความเร็วสูงที่ใช้พรีโหลดน้อย เมื่อวัดจะมีแรงบิดเริ่มต้นต่ำ ความคลาดเคลื่อนจากการวัดมีค่ามาก

     2. วิธี Thrust static rigidity
     หากว่าความแข็งแกร่งในแนวแกนสูงแล้ว ในการวัดก็จำเป็นต้องใช้แรงในแนวแกนสูงด้วย การวัดด้วยแรงกระทำที่สูงนี้นอกจากการยุบตัวชั่วคราว (elastic deformation) ของภายในแบริ่งแล้ว      ยังเกิดการยุบตัวของผิวหน้า และการยุบตัวชั่วคราวของชิ้นส่วนอื่นๆ อีกด้วย ค่าที่วัดได้จะต่ำกว่าค่าทางทฤษฎีและเกิดความคลาดเคลื่อนบ่อยครั้ง

 

รูปที่ 44 วิธีวัดแรงบิดเริ่มต้น

 

รูปที่ 45 ความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดกับพรีโหลด

 

รูปที่ 46 วิธี Thrust Static Rigidity

 

รูปที่ 47 ความสัมพันธ์ ระหว่างการเคลื่อนที่ในแนวแกนและพรีโหลด

 

     3. วิธีวัดความถี่ธรรมชาติ (Natural frepuency method)
     มีความไวในการวัดสูงสุดและความสามารถในการกระทำซ้ำดี แต่มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากวิธีการยืด

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 48 วิธีวัดความถี่ธรรมชาติ

รูปที่ 49 ความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ เรโซแนนซ์ของเพลากับค่าของสปริง

 

     การ Run-In
     หลังจากที่ติดตั้งแบริ่งได้เหมาะสมแล้ว ก่อนจะเริ่มการ Run-in ก็ควรตรวจสอบหัวข้อดังนี้
     ความสมดุลของเพลา และความไม่สมดุลของชิ้นส่วนหมุนจะเป็สาเหตุของความเค้นซ้ำๆกัน หรือความสั่นสะเทือนที่มากเกินไปเนื่องจากแรงเหวี่ยง

     ซึ่งจะเกิดปัญหาเมื่อทำงานที่ dmn =1,000,000 หรือสูงกว่า
     ชุดสปินเดิ้ล ชุดสปินเดิ้ลด้วยสายพานวี แนวศูนย์ของมู่เลย์สปินเดิ้ลและมอเตอร์ไม่ควรเกิน 0.1 มม. ส่วนศูนย์กลางเพลาสปินเดิ้ลและศูนย์กลางเพลามอเตอร์

     เยื้องแนวไม่เกิน 1.01 มม.การทำงานที่ความเร็วสูงทันทีทันใดหลังจากติดตั้งแบริ่ง จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและแบริ่งอาจเสียหายได้ ดังนั้นการ Run-in

     จึงจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะแบริ่งที่หล่อลื่นด้วยจาระบี อุณหภูมิสูงสุดของตัวเรือนสปินเดิ้ลภายนอกควรจะอยู่ที่ประมาณ 50 ℃ ไม่เกิน 55 ℃ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นอยู่รวดเร็ว           ควรหยุดเครื่องจักรชั่วขณะเพื่อลดอุณหภูมิลง สปินเดิ้ลบางรุ่นใช้แบริ่งทั้งเม็ดกลมทรงกระบอกแบะเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม แบริ่งเม็ดทรงกระบอกมีแนวโน้ม

     ที่จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าดังนั้นเวลาของการเพิ่มความเร็วต้องปรับให้สอดคล้องกับแบริ่งเม็ดหมอน

 

     ภาพตัวอย่างการเพิ่มความเร็วในการ Run-in
     การเดินเครื่องต่อเนื่อง


รูปที่ 50 การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของการเดินเครื่องที่ความเร็วคงที่

 

รูปที่ 51 การเพิ่มความเร็วเมื่อเดินเครื่องต่อเนื่อง

     

     การเดินเครื่องแบบไม่ต่อเนื่อง

รูปที่ 52 การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมของการเดินเครื่องแบบไม่ต่อเนื่อง

รูปที่ 53 ลำดับการ Run-in ใน 1 รอบ